9 หลักการ ทำ Marketing บนเว็บไซต์ รู้ไว้ไม่มีเจ๊ง
April 30, 2021
5 ทริค TikTok เพิ่มความปังปุริเย่
May 14, 2021

ยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ด้วยสูตรเด็ด 7 ขั้นตอน

ผู้ประกอบการกิจการทุกธุรกิจในตลาดล้วนรู้ดีว่า ความไว้วางใจ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจต่อไป ในการสำรวจเชิงลึกของผู้บริโภคจาก PwC หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่พบว่า 14 ของผู้ทำแบบสอบถามเชื่อมั่นว่าอันดับ 1 ในการเลือกซื้อสินค้าคือ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ดังนั้นเราจึงขอนำเสนอ วิธีการยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ด้วยสูตรเด็ดใน 7 ขั้นตอนนี้เท่านั้น ไปดูกันเลยครับ

ขั้นที่ 1: ตั้งเป้าหมายความน่าเชื่อถือที่ต้องการ พร้อมทั้งวิธีวัดผล

ตั้งเป้าหมายความน่าเชื่อถือที่ต้องการว่าคืออะไร ซึ่งอาจจะเป็นการยกย่อง และชื่นชมสินค้า และบริการในเว็บไซต์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ในด้านที่ลูกค้าได้แนะนำผลิตภัณฑ์สินค้า และบริการกับเพื่อนๆ และครอบครัวของพวกเขา หรือว่าลูกค้าประจำกลับมาซื้อซ้ำ แต่ถ้าไม่สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดได้ อาจจะต้องใช้เครื่องมือมาช่วย อย่างเช่น Google Alerts เพื่อที่จะตอบว่ากลุ่มเป้าหมายเชื่อถือแบรนด์เพียงใด โดยการใช้ Keyword  หรืออาจจะขอความคิดเห็นจากลูกค้าโดยตรงจากการ Survey แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นคะแนน เพื่อพัฒนาสินค้า และบริการ รวมถึงแบรนด์ของเราต่อไป

ขั้นที่ 2: เลือกผู้นำแบรนด์ที่ทุกคนไว้วางใจ

ผู้นำมีหน้าที่ดูแลภาพรวมทุกอย่างของแบรนด์ ทั้งสินค้า บริการ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมไปถึงผู้ร่วมงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นการมีผู้นำที่ดีนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรเลือกคนมีความที่กระตือรือร้นในการพัฒนาแบรนด์มาทำงาน นอกจากนี้ยังจำเป็นจะต้องได้รับความไว้วางใจ และสามารถสื่อสารกับทุกคนที่ร่วมงานกับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงลูกค้าด้วย

ขั้นที่ 3: เพิ่มเรื่องราวของแบรนด์ให้เป็นตัวจริง

สตอรี่ของแบรนด์ และสินค้าต่างๆ นั้น เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนอกจากประโยชน์ใช้สอยความชอบส่วนตัวแล้ว เรื่องราวของสินค้า และบริการที่ต้องการนำเสนอมีผลต่ออารมณ์ จิตใจ และการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้ซื้อเป็นอย่างมาก การนำเสนอ และสร้างสตอรี่ให้กับแบรนด์นั้น จึงสามารถยกระดับคุณค่าของแบรนด์ และสินค้ามากยิ่งขึ้นได้ โดยจะต้องรู้ความต้องการ และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้ดีก่อน เพื่อนำมาส่งเสริมเรื่องราวของสินค้า และบริการนั่นเอง แต่จะไม่สามารถสร้างเรื่องที่ไม่เป็นความจริงได้ เพราะฉะนั้นควรต้องตระหนักถึงเรื่องความเป็นไปได้ และความน่าเชื่อถือด้วย

ขั้นที่ 4: การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

ในส่วนของการบริการนั้น จำเป็นจะต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า หรือแม้แต่สินค้า ก็สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าเช่นกัน แต่ก่อนหน้าที่จะได้ลองใช้บริการ และสินค้านั้นๆ ก็ยังมีขั้นตอนต่างๆ เช่น การตอบคำถาม และการช่วยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละคน หรือแม้กระทั่งการช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ลูกค้าได้รับระหว่างการใช้งาน หรือการเลือกซื้อสินค้า การใส่ใจดูแลความรู้สึก และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อใจ และต้องการกลับมาซื้ออีกครั้ง

ขั้นที่ 5: สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า มากกว่าแค่บทสนทนา

บางแบรนด์ใส่ใจเรื่องยอดขายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นอกจากการสนับสนุนการขายแล้ว ยังควรมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ซึ่งนอกจากที่จะสามารถเปลี่ยนผู้ชมเข้ามาเป็นลูกค้า ให้เป็นผู้จับจ่ายใช้สอยจากร้านของเราแล้ว ยังสามารถทำให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่ดี และอยากนำไปแนะนำคนอื่นๆ รอบๆ ตัว รวมถึงจะกลับมาใช้บริการ หรือซื้อสินค้าซ้ำอีกครั้ง

ขั้นที่ 6: โปร่งใส และตรงไปตรงมา

มีงานวิจัยกล่าวไว้ว่าผู้บริโภค 58% จะไม่ไว้วางใจแบรนด์ จนกว่าจะได้รับข้อมูลที่โปร่งใส และตรงไปตรงมา ซึ่งนั่นคือ การที่ลูกค้าได้เห็นถึงข้อมูลจริง และการตอบคำถามที่เป็นความจริงจากแบรนด์ นอกจากนั้นในขณะที่เขามาใช้บริการ ก็รู้สึกปลอดภัย และไม่รู้สึกว่าถูกหลอก ซึ่งก็จะทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจมากขึ้น โดยการสร้างความโปร่งใสของข้อมูล อาจจะใช้มาตรฐานต่างๆ หรือผลงานวิจัยที่บุคคลที่ 3 เป็นคนทำมายืนยันก็ได้

ขั้นที่ 7: การบอกต่อ และรีวิว

จากการวิจัยของ Nielsen กล่าวว่า 92% ของผู้ซื้อสินค้า และบริการออนไลน์จะเชื่อมั่นในคำบอกต่อจากคนรู้จัก เช่น เพื่อน และครอบครัวมากกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่นๆ เพราะฉะนั้นถ้าสามารถกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อ หรือการใช้ให้ผู้อื่นเห็นได้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับวิธีการยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ด้วยสูตรเด็ด 7 ขั้นตอน เพียงเท่านี้ก็สามารถยกระดับแบรนด์ ให้น่าเชื่อถือ และมีความไว้วางใจจากลูกค้าได้แล้วครับ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุด ในการตัดสินใจซื้อสินค้า ดังนั้นถึงเวลาแล้ว สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจ ควรลงมือทำเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเลยนะครับ